หน่วยที่ 3   เปรมปรีดิ์คุณค่าวรรณกรรม

 

บทสรุป

...............กัณฑ์มัทรี  ของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ได้รับยกย่องว่าดีที่สุด
ในเชิงพรรณนาโวหารคร่ำครวญ  ลีลากลอนร่ายยาววรรคทุกตอนแพรวพราว
ด้วยการเล่นคำสัมผัส เล่นเสียง สำนวนเปรียบเทียบทำให้ผู้อ่านเพลิดเพลินได้อรรถรส 
หรือฟังเทศน์ได้ประทับใจ  เนื้อหาเน้นไปในเชิงบรรยายภาพของพระนางมัทรีตามหา
ลูกที่ยังเยาว์มากยังไม่อดนม ความห่วงหาอาทรของแม่มีปรากฏ ในการใช้
คำพรรณนาโวหาร การรำพึงรำพันและคร่ำครวญถึงลูกอย่างเศร้าโศก ผู้อ่านหรือฟัง
กัณฑ์นี้จะรู้สึกหดหู่เป็นอย่างมาก ผู้แต่งเน้นให้ผู้อ่านเกิดความซาบซึ้งในการพรรณนา
ความรักของแม่ที่มีต่อลูกในเชิงการใช้โวหารทางวรรณศิลป์เด่นชัดที่สุดและ
รองมาคือพิโรธวาทังโดยการเสแสร้งอย่างมีการอ้างอิงสมเหตุสมผลเชิงหึงหวง 
ทำให้โกรธเพื่อดับความเศร้าโศกเกินไปจนอาจเสียสติหรือเสียชีวิต  มีการใช้ถ้อยคำ
ให้เกิดความรู้สึกสะเทือนใจโดยการบรรยายผ่านตัวละครที่ตรงใจผู้เป็นแม่ในชีวิตจริง
ทุกยุคทุกสมัย เป็นการเพิ่มความรักความผูกพันระหว่างแม่กับลูกได้อย่างดียิ่ง
การใช้คำแสดงอารมณ์หึงหวงให้เจ็บแค้นเพื่อดับความเศร้าโศกด้วยสำนวนกระทบ
อารมณ์ให้ปวดร้าวใจ มีการใช้สำนวนสุภาษิตที่ทำให้เกิดคติแง่คิดกับผู้อ่าน
สะท้อนวัฒนธรรมไทยเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องลางบอกเหตุ คุณสมบัติของเบญจกัลยาณี 
พระราชพิธีจัดพระศพและจบลงด้วยสันติรส หรือรสแห่งความสงบของพระนางมัทรี
ที่ปลงตกคือทำใจยอมรับกับการบำเพ็ญทานบารมีที่สูงสุดของพระเวสสันดรได้
และร่วมอนุโมทนา

 

 

วรรณศิลป์ คือภาษาที่กวีคัดสรรถ้อยคำมาเรียงร้อย
อย่างประณีต บรรจงและงดงาม

ทั้งเสียงและความหมายทำให้ผู้อ่านเกิดความปีติ
ในอรรถรสแห่งภาษา

 

 

 

   

 

 

จัดทำโดย   นิลรำไพ ภัทรนนท์
นิสิตปริญญาโท  สาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา  คณะศึกษาศาสตร์  มหาวิทยาลัยนเรศวร